ลุงบุญมีระลึกชาติ

อาจไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรมากสำหรับ ลุงบุญมีระลึกชาติ(Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives) เพราะนี่คือหนังไทยที่ได้รับรางวัลปาล์มทอง จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ หนึ่งในรางวัลภาพยนตร์ระดับโลก และอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ได้สร้างประวัติศาสตร์ทำให้เป็นหนังไทยเรื่องแรก และในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่คว้ารางวัลนี้มาครองเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ

ไม่ว่าใครจะพยายามโยงเข้าประเด็นการเมือง หรือว่าไปถึงขั้นอดีตนายกทักษิณซื้อรางวัลให้ ตามความคุกรุ่นทางการเมืองในประเทศไทยที่ทำให้อคติบดบังเหตุผลไป ก็คงปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าในต่างประเทศชื่อของอภิชาติพงศ์ได้รับการยอมรับมานานพอสมควรแล้ว เทศกาลหนังเมืองคานส์ เคยมอบรางวัลให้กับเขาก่อนหน้านี้ถึงสองครั้งจาก สุดเสน่หา (รางวัลสูงสุดในสาย Un Certain Regard) และ สัตว์ประหลาด(รางวัล Jury Prize ในสายการประกวดหลักที่เทศกาลหนังเมืองคานส์) นอกจากนี้ยังเคยเป็นคณะกรรรมการการตัดสินรางวัลนี้ในปี ค.ศ.2007 อีกด้วย

จุดเริ่มต้นของงานชิ้นนี้คือส่วนหนึ่งการแสดงศิลปะชุด Primitive(ดึกดำบรรพ์)ซึ่งมีตั้งแต่ ศิลปะติดตั้งจัดวาง, เพลง, ภาพนิ่ง, หนังสั้น(จดหมายจากลุงบุญมี และ ผีนาบัว) เพื่อติดตามเหตุการณ์ “เสียงปืนแตก” ที่รัฐบาลทำสงครามต่อต้านคอมมิวนิสต์ เมื่อ 30-40 ปีก่อนในจังหวัดนครพนม โดยตัวภาพยนตร์ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือเรื่อง “คน ระลึกชาติ” (เขียนขึ้นในปี พ.ศ.2525 โดยพระศรีปริยัติเวที) ที่เขาพบในวัด จ.ขอนแก่น ว่าด้วยการเห็นอดีตชาติของตน

หนังเล่าเรื่องของ ลุงบุญมี(ธนภัทร สายเสมา)ซึ่งป่วยเป็นโรคไตวาย ในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตเขาตัดสินเดินทางกลับมายังบ้านเกิด พร้อมกับ ป้าเจน(เจนจิรา จันทร์สุดา) และโต้ง (ศักดิ์ดา แก้วบัวดี)หลานชาย ที่นี่เขาได้พบกับผีเมีย และลูกชายที่มีร่างกลายเป็นลิงตาสีแดง

งานชิ้นนี้มีลักษณะคลี่คลายจากผลงานก่อนหน้า จากเดิมที่คนที่เคยดูหนังของเขาคุ้นชินกับการเล่าเรื่องที่แบ่งเป็นสองส่วน งานชิ้นนี้จะประกอบหนังที่เล่าเป็น 6 ส่วนอันสามารถเปิดกว้างให้คนดูตีความโดยไม่ได้อธิบายอะไรเด่นชัด

ในขณะที่มีบางส่วนหนังเล่าโดยวิธีที่เข้าถึงง่ายขึ้น ประพิมพ์ประพายจากงานก่อนๆ ความซับซ้อนในเนื้อหา และบริบทต่างๆ อันชวนให้ตีความยังคงเป็นเสน่ห์สำคัญที่อภิชาติพงศ์ยังคงมีอยู่อย่างเข้มข้นไม่เคยเปลี่ยน “ลุงบุญมีระลึกชาติ” อาจสามารถมองเป็นการพรรณนาถึงช่วงเวลาสู่ความตายของชายคนหนึ่ง หรือถูกมองว่าเป็นการมองประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัยของไทยที่ไม่ได้ถูกบันทึกก็ได้เช่นกัน

ข่าวดีคือหนังจะฉายในเรต น 15+ โดยไม่มีการตัดทอนเหมือนดังกรณีที่เกิดขึ้นกับหนังเรื่อง “แสงศตวรรษ์” ก่อนหน้าของอภิชาติพงศ์ ทั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง SF Cinema กับ BIOSCOPE เปิดโครงการ Independent Spirit Project (ชื่อชั่วคราว) เพื่อเปิดพื้นที่ฉายหนังอิสระต่อเนื่องทั้งปี โดย “ลุงบุญมีระลึกชาติ” จะฉายที SF Emporium เพียงแห่งเดียวเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2553 นี้เป็นต้นไป โดยวันจันทร์-ศุกร์ ฉายรอบ 19.00 น. เสาร์-อาทิตย์ ฉายรอบ 14.00 น. และ 19.00 น.

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

  • ตัวอย่างภาพยนตร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น