เทศกาลหนังเมืองเวนิซครั้งที่ 67 ตอนที่ 1 : หนังสายประกวด

หนึึ่งในเทศกาลสำคัญของโลกภาพยนตร์ฝั่งยุโรปและเก่าแก่ที่สุดในโลก สำหรับเทศกาลหนังเมืองเวนิซ ประเทศอิตาลี ครั้งที่ 67 เตรียมจะเริ่มในเดือนกันยายน และหนังได้ประกาศรายชื่อหนังที่จะเข้าฉายในสายต่างๆ เกือบหมดแล้ว เราจึงขอนำมาแนะนำกันแบบคร่าวๆ กับตอนที่ 1 : หนังสายประกวด

(อนึ่งเพื่อความกะทัดรัด เราจะะใช้วิธีอธิบายหนังสายประกวดโดยเรียงลำดับคือ ชื่อหนัง / ประเทศ / ผู้กำกับ / รายละเอียดและเรื่องย่อ / ภาพและตัวอย่างหนัง(ถ้ามี) )

ระยะเวลาจัดงาน : ตั้งแต่วันที่ 1-11 กันยายน 2010 จะจัดขึ้นที่ ลิโด เมืองเวนิซ ประเทศอิตาลี

ผู้เปิด-ปิดงาน : อิซาเบลล่า ราโกเนเซ่(Golden Door) นักแสดงสาวดาวรุ่งจากอิตาลี

หนังสายประกวด

  • หนังเปิดเทศกาล(เข้าประกวด) Black Swan /อเมริกา /ดาร์เรน โอโรนอฟสกี้ (The Wrestler รางวัลสิงโตทองคำปี 2008) เรื่องราวการช่วงชิงเอาชัยชนะกันระหว่างนักเต้นของคณะบัลเล่ต์ในมหานครนิวยอร์ค (ภาพจากหนัง / โปสเตอร์ และตัวอย่างหนัง)
  • The Black Sheep(La Pecora Nera) /อิตาลี/แอสคานิโอ เซเลสทินี่(Sacred Words) ผลงานของผู้กำกับหน้าใหม่(เขาเคยทำงานชิ้นแรกเป็นสารคดี)ที่มีอดีตเป็นนักแสดง ผลงานชิ้นนี้ดัดแปลงจากบทละครของเขาเองว่าด้วยการรักษาอาการทางจิต ซึ่งเขาสัมภาษณ์ผู้คนในอิตาลีเป็นเวลา 3 ปี (รู้จักเขาเพิ่มขึ้นผ่าน บทความนี้) (ภาพจากหนัง)

  • Somewhere /อเมริกา/โซเฟีย คอปโปลา(Lost in Translation) ผู้กำกับหญิงแนวหน้ากลับมาพร้อมเรื่องราวของ จอห์นนี่ ดาราฮอลลีวู้ดที่เคยใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง ที่ต้องมาพบการมาเยือนของลูกสาววัย 11 ขวบที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน (ตัวอย่างหนัง) (เว็บไซต์) (ภาพจากหนัง)
  • Happy Few /ฝรั่งเศส/แอนโทนี่ คอร์เดียร์(Cold Showers) งานที่ผู้กำกับนิยามว่า “ความเปราะบางของความรู้สึก และปรารถนาแห่งรัก” เจาะเรื่องราวของคู่รักสองคู่ตั้งแต่ตกหลุกรัก จนถึงการเลิกรา โดยเป็นประชันบทบาทของนักแสดงฝรั่งเศสฝีมือดี 4 คน (ภาพและตัวอย่างหนัง)
  • The Solitude of Prime Numbers /ฝรั่งเศส-เยอรมัน/ซาเวริโอ คอสแตนโซ่(In Memory of Me) ดัดแปลงจากนิยายของ เปาโล จิออร์ดาโน เรื่องราวเด็กชาย-หญิงคู่หนึ่งที่ต่างมีปมร้าวในอดีตทางใจ และทางกายอย่างละขั้ว ส่งผลให้พวกเขาเติบโตมาอย่างมีปัญหาทางจิต คนหนึ่งเป็นโรคกลัวอ้วน อีกคนทำร้ายตัวเอง และผลักดันให้พวกเขาโดดเดี่ยวเสมือนตัวเลขเฉพาะ  นำแสดงโดยนักแสดงชั้นนำของอิตาลี อิซาเบลล่า รอสเซลลินี่ (ภาพจากหนัง) / (ตัวอย่างหนัง)
  • Silent Souls(Ovsyanki) /รัสเซีย/อเล็กไซ เฟอร์โดเชงโก้(First on the Moon) เล่าเรื่องของชายผู้เพิ่งสูญเสียภรรยาและต้องการฝังเธอในสถานที่ซึ่งเคยฮันนีมูนด้วยกัน โดยเดินทางไปกับช่างภาพซึ่งไม่กล้าเปิดเผยอดีตชีวิตครอบครัว เฟอร์โดเชงโก้ กับผลงานเรื่องแรกของเขาได้รับคำชมสูง รวมถึงคว้ารางวัลในสายย่อยที่เวนิซมาแล้ว
  • Promises Written in Water /อเมริกา/วินเซนต์ กัลโล(The Brown Bunny) อดีตนักแสดงและผู้กำกับอื้อฉาวจากงานชิ้นก่อนที่โป๊สะบัดกลับมาอีกครั้งในรอบ 7 ปี ซึ่งกำกับ เขียนบท โปรดิวซ์ และตัดต่อเอง เล่าเรื่องหญิงสาวสวยผู้ป่วยระยะสุดท้าย เธอตัดสินใจไม่รักษาที่โรงพยาบาล พร้อมความกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับศพของเธอ เธอจึงจ้างช่างภาพคนหนึ่งมาเพื่อจัดการเผาตัวเธอทั้งเป็นเพื่อเติมเต็มปรารถนานั้น ! กัลโลจะถ่ายทำในลักษณะด้นสดโดยไม่ได้มีการวางแผนแบบมาตรฐานทั่วไป (เว็บไซต์ภาพยนตร์)
  • Road to Nowhere /ฝรั่งเศส/ มองเต เฮลล์มัน(Iguana) ผู้กำกับหนังคัลท์ทุนต่ำหลากหลายแนว กลับมาเวนิซอีกครั้งในสายประกวดกับเรื่องราวของนักทำหนังหน้าใหม่ที่บังเอิญเข้าไปเกี่ยวกับอาชญากรรมขณะถ่ายทำหนังเรื่องใหม่ หนังน่าสนใจตรงที่มีดาวรุ่งที่ตอนนี้คนแทบจะลืมกันไปแล้วอย่าง แชนนิน ซอสซัลม่อน และ โดมินิค เสวน มาแสดงนำ
  • A Sad Trumpet Ballad /สเปน/อเล็กซ์ เดอ ลา อิเกลเซีย(The Oxford Murders)  เจ้าของงานเขย่าขวัญที่หลายคนมองข้ามอย่าง The Oxford Murders งานใหม่มาพร้อมสงครามกลางเมืองในสเปน และคณะละครสัตว์ ว่าด้วยเรื่องของสองตัวตลกในคณะที่รักนักเต้นสาวคนเดียวกันโดยฉากคือสงครามกลางเมืองในสเปน โดยหนังจะมีฉากประหลาดอย่างการสมัครเข้าเป็นทหารของทั้งคู่ และสังหารศัตรูในชุดตัวตลก (บล็อก) / (ภาพจากหนัง)
  • Black Venus /ฝรั่งเศส/อับเดล เคชิชี(The Secret of the Grain) จากงานชิ้นก่อนที่กวาดรางวัลถึง 5 รางวัลในเวนิซปี 2007 และได้การยกย่องอย่างสูง งานล่าสุดจะฉีกออกไปจากเดิมที่ทำหนังร่วมสมัย โดยย้อนไปในต้นศตวรรษที่ 19 ติดตามหญิงแอฟริกันซึ่งเป็นที่รู้จักในนามวีนัสสีดำ ผู้ต้องเผชิญกับการถูกเหยียดผิวในยุโรปจากการถูกประจานเปลือยโดยเฉพาะเน้นที่สะโพกซึ่งใหญ่ผิดปรกติของเธอ (โปสเตอร์ และภาพจากหนัง)
  • Post mortem /ชิลี เม็กซิโก เยอรมัน/พาโบล ลาร์เรน(Tony Manero) จากผู้กำกับที่แจ้งเกิดจากหนังสุดแรง Tony Manero ในปี 2008 เขากลับมาพร้อมเรื่องราวยุค 70s อีกครั้งในช่วงรัฐประหารของชิลี ณ ห้องเก็บศพ ชายวัยกลางคนผู้รายงานผลการชันสูตร เขาหมกมุ่นกับการตามหาหญิงสาวเพื่อนบ้านที่เขาแอบชอบหลังการหายไปของเธอ และครอบครัว (ภาพจากหนัง (1 ภาพ))
  • Barney’s Version /แคนาดา อิตาลี/ริชาร์ด เจ.ลูอิส(Whale Music) ผู้กำกับที่หันไปทำงานโทรทัศน์ และเป็นที่รู้จักจากการกำกับซีรี่ส์ CSI ใช้เวลาดัดแปลงนิยายของ มอร์เดไค ริชเลอร์ ถึง 12 ปี ว่าด้วยชีวิตและความรักกับภรรยา 3 คน ของ บาร์นี่ย์ พานอฟสกี้ นำแสดงโดย พอล เกียมาติ, วินนี่ ไดรเวอร์ ,โรสซามุนด์ ไพค์ และดาราอีกคับคั่ง (ตัวอย่า่งหนัง)
  • We Believed(Noi credevamo) /อิตาลี/มาริโอ มาโทเน่(Nasty Love) ดัดแปลงจากนิยายของ แอนนา บันติ ซึ่งนำเสนอมุมมองส่วนบุคคลในการเคลื่อนไหวเพื่อรวมชาติของอิตาลีในศตวรรษที่ 19 ผ่านชีวิตของ จุยเซปเป้ มัซซินี่ นักปรัชญาและนักการเมืองคนสำคัญในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งต่างไปจากแบบเรียนในหนังสือเรียน นำแสดงโดย โทนี่ แซร์วิลโญ่(Il Divo) (ภาพและโปสเตอร์)
  • The Passion(La passione) /อิตาลี/คาร์โล มัซซาคูราติ(Il Toro) เล่าเรื่องวิกฤตวัยกลางคนของผู้กำกับดังที่เจอเด็กรุ่นใหม่ร่วมอาชีพเล่นงาน นำแสดงโดย ซิลวิญโญ ออร์แลนโด และ จุยเซปเป้ แบตติสตัน (ภาพจากหนัง)

  • The 13 Assassins /ญี่ปุ่น/ ทาคาชิ มิอิเกะ ผู้กำกับบ้าพลัง และบ้าเลือดอย่างมิอิเกะมาเยือนเวนิซบ่อยครั้ง และคราวนี้กลับมาพร้อมงานรีเมคหนังปี 1973 ที่เหมือนเป็นเวอร์ชั่น Dirty Dozen ฉบับซามูไร ว่าด้วยกลุ่มซามูไรมือสังหาร 13 คนที่ปฏิบัติการพลีชีพเพื่อปราบขุนนางโฉด แต่มีหนอนบ่อนไส้ในกลุ่มอยู่หนึ่งคน แน่นอนว่าแม้จะเป็นหนังซามูไรแต่ก็เต็มไปด้วยฉากสู้ดิบๆ นำแสดงโดย โคจิ ยากุโซ และ ทาคายูกิ ยามาดะ (ตัวอย่างยั่วน้ำลาย) / (ภาพจากหนัง) / (ตัวอย่างหนัง) / (โปสเตอร์หนัง)
  • Potiche /ฝรั่งเศส/ ฟรังซัวส์ โอซง(Swimming Pool) นักแสดงใหญ่อย่าง แคทเธรีน เดอเนิฟ และ เจอราร์ด เดอปาดเยร์ มาเล่นในหนังของโอซง ดัดแปลงจากบทละครเรื่องดังของ ปิแอร์  บาริเญ่ต์ และ ฌอง-ปิแอร์ เกรดี้ ซึ่งเล่าเหตุการณ์ช่วงปี 1977 เมื่อภรรยาแสนอ่อนน้อมของเศรษฐีผู้แสนกักขฬะ เริ่มรู้จักพลังของเธอหลังจากทำหน้าที่เจรจาคนงานที่ประท้วง และหาทางให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ (เว็บไซต์ผู้กำกับ) / (ตัวอย่างหนัง)
  • Meek’s Cutoff /อเมริกา/ เคลลี่ ไรชาร์ดต์(Wendy and Lucy) ผู้กำกับหญิงอินดี้มาแรงคนล่าสุดของอเมริกา กลับมาพร้อม มิเชล วิลเลี่ยมส์ (Brokeback Mountain)อีกครั้ง ดัดแปลงจากนิยายของ จอน เรย์มอนด์ เล่าเรื่องที่เกิดในศตวรรษที่ 19 ในช่วงที่ผู้คนอพยพย้ายถิ่นฐานครั้งสำคัญ เมื่อรถลากของสามครอบครัวถูกจ้างวานนำทางชายชื่อมีค แต่เส้นทางลัดที่เขาชี้แนะได้นำไปสู่พื้นที่แห้งแล้งที่พวกเขาตกเผชิญกับความหิวโหย  รวมถึงชนเผ่าอินเดียนแดง (ภาพจากหนัง)
  • Norwegian Wood /ญี่ปุ่น/ ตรันห์ อ่าน หุง(Cyclo) จากนิยายเรื่องดังของ ฮารูกิ มุราคามิ เล่าเหตุการณ์ยุค 70s ของวัยรุ่นคนหนึ่งมีความสัมพันธ์รักสามเส้าแสนประหลาด นำแสดง โดย รินโกะ คิคุจิ และ เคนอิจิ มัตสึยามะ (อ่านข้อมูลได้ ที่นี่ )

  • Miral /ฝรั่งเศส/ จูเลี่ยน ชนาเบล(The Diving Bell and The Butterfly) หลังจากทำหนังชุดของศิลปิน ชนาเบลจิตรกรชื่อดังกลับมาทำหนังที่ดัดแปลงจากหนังสือของ รูล่า ยีบริว ว่าด้วยชีวิตจริงของ ฮินด์ ฮุสเซนี่ หญิงชาวปาเลสไตน์ ผู้เติบโตในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าในกรุงเยรูซาเล็ม ขณะยุคสร้างรัฐอิสราเอล ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างยิวและปาเลสไตน์ทำให้เธอค่อยๆ รับรู้ว่าต้องเลือกระหว่างจะสู้เพื่ออนาคตของตัวเอง หรือการแสวงหาสันติภาพให้กับดินแดนของตน นำแสดง เฟรด้า พินโต้(Slumdog Millionaire) (ตัวอย่างหนัง)
  • Attenberg /กรีซ/ อธีน่า ราเชล ซังการี่(The Slow Business of Going  และโปรดิวเซอร์ Dogtooth) หลังจากแจ้งเกิดจากงานชิ้นแรกและไปทำงานด้านภาพยนตร์อื่นๆ ในประเทศทั้งจัดเทศกาล และโปรดิวเซอร์ ซังการี่จะกลับมาพร้อมเรื่องเล่าในแถบชานเมือง ของสาวรุ่นที่ถูกเลี้ยงดูในสิ่งแวดล้อมปราศจากเชื้อในโรงงานต้นแบบ และเธอกำลังเรียนรู้สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “มนุษย์” ผ่านสารคดีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ของ เซอร์เดวิด แอทเทนเบอเรอห์ (ภาพจากหนัง) / (ตัวอย่างหนัง) / (โปสเตอร์)
  • Three(Drei) /เยอรมัน/ ทอม ทิคเวอร์(Perfume) ผู้กำกับจอมเทคนิคมาแปลกเมื่อเขามาทำหนังรัก เมื่อสามี-ภรรยาวัยกลางคนต้องตัดสินใจว่าอีกครึ่งชีวิตของเขาได้เดินทางมาถูกแล้วหรือไม่ เมื่อทั้งคู่ต่างตกหลุมรักผู้ชายคนเดียวกัน (ภาพจากหนัง)

  • Detective Dee /ฮ่องกง/ ฉีเคอะ(Seven Sword) อดีตผู้กำกับเจ้าโปรเจ็คท์ที่ระยะหลังล้มเหลวแบบต่อเนื่อง นี่อาจเป็นงานคืนฟอร์มของเขาอีกครั้ง เล่าเรื่องในสมัยพระนางเจ้าบูเช็คเทียนดัดแปลงจากหนังสือ Detective Dee and the Mystery of the Phantom Flame นักสืบที่ถูกเนรเทศไปแล้ว ให้กลับมาสืบคดีฆาตกรรมลึกลับที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ นำแสดง หลิวเต๋อหัว, เหลียงเจียฮุย และ หลี่ปิงปิง / (ตัวอย่างหนัง), (ภาพจากหนัง)
  • (Update) Essential Killing ผลงานของผู้กำกับโปแลนด์ เจอร์ซี่ สโคลิโมวสกี้ อดีตผู้เขียนบทหนังอมตะของโรมัน โปลันสกี้ อย่าง Knife in the Water(1962) และเจ้าของรางวัลหมีทองคำจากเบอร์ลินปี 1967 จาก The Departure นี่คือหนังเขย่าขวัญที่แทบจะปราศจากบทสนทนา เล่าเรื่องของชาวอัฟกันที่ถูกทหารอเมริกันจับในกรุงคาบูล และถูกนำตัวไปยังประเทศแถบยุโรป ชายผู้นี้หาทางหนีเอาตัวรอดออกมาเผชิญกับป่าอันหนาวเหน็บ นำแสดงโดย วินเซนต์ กัลโล(ซึ่งมีหนังเข้าประกวดในฐานะผู้กำกับอย่าง Promises Written in Water ด้วย) และ เอมมานูเอล ซีกเนอร์(The Diving Bell and the Butterfly) / (ตัวอย่างหนัง)
  • The Ditch (Le Fosse) / ฮ่องกง,ฝรั่งเศส,เบลเยี่ยม/ หวังปิง ผลงานของผู้กำักับสารคดีมาแรงของจีนซึ่งสำรวจโลกชายขอบยุคปัจจุบันในประเทศจีนอย่างไร้การปรุงแต่ง ที่สร้างชื่อย่างมากจากสารคดีขนาดยาว West of The Tracks คราวนี้เขาไปสำรวจชุมชนและบันทึกประสบการณ์ของผู้คนจริงๆ ในค่าย Jlabiangou ซึ่งคือประชากรชาวจีนทีี่ถูกกล่าวหาในช่วงปลายทศวรรษที่ 50s ว่าต่อต้านระบอบการปกครอง และถูกเนรเทศมายังค่ายแห่งนี้ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของจีน  (ภาพจากหนัง)

  • หนังปิดเทศกาล(ในฐานะหนังนอกสายประกวด) ได้แก่ The Tempest ผลงานเรื่องล่าสุดของผู้กำกับหญิงชาวอเมริกันฝีมือดี จูลี่ เทย์มอร์(Frida) ซึ่งจะนำบทละครของเช็คสเปียร์มาดัดแปลงเป็นครั้งล่าสุด นำแสดงโดย  เฮเลน มิร์เรน, รัสเซล แบรนด์, ดจิมอน ฮอนซู, อัลเฟรด โมลิน่า (โปสเตอร์และภาพจากหนัง)

ผู้กำกับงาน : มาร์โค มุุลเลอร์

คณะกรรมการตัดสินหนังสายประกวด

  • เควนติน ตาแรนติโน่ (ผู้กำกัับชาวอเมริกัน Inglorious Basterds) ประธานกรรมการ
  • กุยเลอร์โม อาร์เรียก้า (ผู้เขียนบทชาวเม็กซิโก Babel)
  • อินเกบอร์ก้า ดัพคูไนเต้ (นักแสดงหญิงชื่อดังชาวลิธัวเนีย เคยแสดง Seven Years in Tibet)
  • แดนนี่ เอลฟ์แมน (นักแต่งดนตรีประกอบชื่อดังชาวอเมริกา)
  • อาร์โนลด์ เดส์เพลชิน(ผู้กำกับฝรั่งเศส จาก Kings & Queen)
  • ลูก้า กัวดักนิโญ่ (ผู้กำกับอิตาลี จาก I Am Love)
  • กาเบรียล ซัลวาตอร์เรส(ผู้กำกับอิตาลี จาก Mediterraneo)

ลิงค์ข้อมูล

หนึ่งความคิดบน “เทศกาลหนังเมืองเวนิซครั้งที่ 67 ตอนที่ 1 : หนังสายประกวด

  1. Pingback: โซเฟีย คอปโปล่า คว้ารางวัลสิงโตทองคำจาก Somewhere ในเทศกาลหนังเมืองเวนิซครั้งที่ 67 | Flick People

  2. This is very fascinating, You are a very professional blogger. I have joined your feed and look ahead to in the hunt for extra of your magnificent post. Additionally, I have shared your website in my social networks!

  3. I simply needed to appreciate you all over again. I do not know the things that I would’ve handled without the creative concepts shared by you regarding such subject matter. This was a very traumatic situation in my view, but looking at the very well-written avenue you managed that made me to weep for fulfillment. I am happy for this assistance and even pray you recognize what an amazing job you are always providing instructing most people by way of a blog. Most probably you have never encountered any of us.

  4. I definitely wanted to write a quick message in order to appreciate you for all the remarkable instructions you are sharing on this site. My time intensive internet look up has now been recognized with good quality details to exchange with my family. I ‘d repeat that we website visitors actually are undeniably fortunate to dwell in a notable network with many lovely individuals with beneficial opinions. I feel very fortunate to have come across your entire website and look forward to tons of more fun moments reading here. Thank you once more for a lot of things.

  5. My husband and i got very relieved Albert managed to conclude his studies with the precious recommendations he received out of your web site. It’s not at all simplistic to simply continually be offering tips and tricks which some people could have been trying to sell. And now we recognize we need the website owner to appreciate for this. The specific illustrations you have made, the simple site menu, the friendships your site give support to foster – it’s everything powerful, and it’s really facilitating our son in addition to us do think this article is fun, and that’s very serious. Thanks for the whole thing!

  6. I must express my thanks to the writer just for rescuing me from this particular condition. As a result of checking through the the net and meeting advice which were not helpful, I thought my life was over. Being alive without the presence of solutions to the problems you have solved by way of your entire short article is a serious case, and those which might have negatively affected my entire career if I hadn’t come across your site. Your main competence and kindness in taking care of every part was precious. I’m not sure what I would’ve done if I had not discovered such a thing like this. I’m able to at this point look forward to my future. Thank you so much for the reliable and amazing help. I will not be reluctant to refer the blog to any person who needs recommendations about this area.

  7. Thanks so much for giving everyone an extraordinarily spectacular chance to read from this web site. It is usually very beneficial plus full of fun for me personally and my office mates to search your website on the least thrice a week to see the new items you have got. Of course, we are always satisfied with all the exceptional knowledge you give. Certain 3 areas on this page are clearly the most efficient we have ever had.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น