เอก(ภาคภูมิ  สุรพงศานุรักษ์) เด็กหนุ่มอายุ 19 ปี ประสบเหตุการณ์บางอย่างทำให้ร่างกายท่อนล่างของเขาไม่มีความรู้สึกใดๆ ธานินทร์(ปรเมศร์ น้อยอ่ำ)พ่อของเอกกลับมาถึงบ้านพร้อมด้วย ปัน(อาคเนย์  เชื้อขำ) บุรุษพยาบาลวัยสามสิบต้นๆ มาช่วยดูแล แล้ววันแต่ละวันก็ค่อยๆผ่านไปโดยที่ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นมากนัก ปันเช็ดตัวให้เอก หรือไม่ก็เข็นรถเข็นไปรอบๆบ้าน บางครั้งสองพยายามชวนเอกคุย แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลสำเร็จนัก ท่ามกลางบรรยากาศภายในบ้านที่แสนอึมครึม


นั่นคือเนื้อเรื่องที่พอจะเล่าได้ของ “เจ้านกกระจอก” หรือ Mundane History หนังขนาดยาวเรื่องแรกของ อโนชา สุวิชากรพงษ์ ผู้กำกับหนังสั้น Graceland หนังสั้นปี 2006 ได้เข้าฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ในสาย Cinefondation ซึ่งนับเป็นคนทำหนังคนแรกๆ ของไทยที่ได้นำหนังเข้าฉายเข้าประกวดในสายนี้ โดยตัวหนังได้รับเกียรติให้ฉายเปิดในเทศกาล World Film Festival of Bangkok ปี 2552 หลังจากนั้นหนังเรื่องนี้ก็เดินสายกวาดรางวัลอีกหลายเทศกาลได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัล Tiger Award จากเทศกาลหนังนานาชาติรอตเตอดัม ปี 2010, ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัล Transilvania Trophy จากเทศกาลหนังนานาชาติทรานซิลวาเนีย และล่าสุดกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำเทศกาลหนังนานาชาติ Era New Horizons ครั้งที่ 10 รวมถึงหนึ่งในภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลหนังแห่งปีจากนิตยสาร Bioscope ประจำปี 2552

แม้ดังข่าวในเว็บไซต์ Cineuropa จะให้คำอธิบายกับหนังว่าเป็นเรื่องของชายหนุ่มพิการกับบุรุษพยาบาล ซึ่งเปรียบเทียบสภาพสังคมและการเมืองไทยร่วมสมัย แต่ด้วยจุดเด่นประการสำคัญของงานชิ้นนี้คือมันถูกเล่าเรื่องอย่างไม่เป็นลำดับเวลา คำอธิบายหลายๆ อย่างเองก็ไม่ได้ถูกใส่ไว้ เช่น ทำไมเอกถึงกลายเป็นคนพิการ ก่อนหน้านี้พ่อ และเอกอยู่กันยังไงสภาพของบ้านจึงเลวร้ายดังที่ปรากฎ นั่นยังส่งผลต่อเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ว่าไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เช่น การเข็นรถ เช็ดตัว กินข้าว ฯลฯ ลำดับและการพัฒนาความสัมพันธ์จึงยิ่งยากจะคาดเดาว่าเป็นไปในลักษณะดีขึ้น หรือเลวร้ายลง

อย่างที่เราทราบกันดีว่าหนังการเมืองเป็นหนังที่ไม่ค่อยมีการสร้างกันในบ้านเรา เหตุผลส่วนหนึ่งมาจากการตรวจพิจารณาหนังตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์ฉบับเก่าที่แม้จะเปลี่ยนแปลงแล้วก็ยังเหมือนเป็นความรู้สึกที่ยังตกค้างมาจนปัจจุบัน หนังเรื่องนี้จึงเหมือนเป็นการจำลองเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไว้ในบ้านหลังหนึ่งภายหลังเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และเปิดโอกาสให้คนดูตีความเอาเองขึ้นอยู่กับการรับรู้ และความเชื่อของแต่ละคน เช่น การปล่อยให้หนังไม่มีคำอธิบายหลายๆ อย่างก็เช่นเดียวกับเหตุการณ์หลังจากนั้นที่หลายสิ่งหลายอย่างไม่มีคำอธิบายที่กระจ่างชัด

เช่นเดียวกับบรรยากาศอึมครึม มืดหม่น หดหู่ ไร้ชีวิตชีวาของบ้าน ซึ่งเกิดจากพ่อกับลูกคู่นี้ก็ไม่ต่างจากความเคว้งคว้างไร้ทางออกจากปัญหาความขัดแย้งในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นส่วนที่หนังถ่ายทอดได้ชัดเจนที่สุด โดยไม่ต้องมีการบอกผ่านประโยคใดๆ

ใช่ว่าจะมีแต่ภาพเหตุการณ์ในบ้าน เจ้านกกระจอก ยังเลือกภาพการเกิดบิ๊กแบงของจักรวาลจากท้องฟ้าจำลอง รวมถึงภาพชุดอื่นๆ ที่ให้ความรู้สึกเหนือจริง และนำดนตรีประกอบจากวงเฟอร์นิเจอร์ และ Photosticker  Machine มาใช้ร่วมกันในหนังได้อย่างฉลาด โดยรวมไม่ว่าใครจะมองว่าหนังดูยาก หรือไม่รู้เรื่อง ตัวหนังก็สมควรได้รับคำชมในความกล้าแหวกจากเรื่องเล่าขนบปรกติไม่ว่าจะการเล่าเรื่อง หรืองานสร้าง

เจ้านกกระจอก จะฉายเฉพาะโรง SFX Emporium ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม – 1 กันยายน 2553 เท่านั้น

ลิงค์์ี่ที่เกี่ยวข้อง

Share →

One Response to เจ้านกกระจอก (Mundane History)

  1. [...] This post was mentioned on Twitter by somjui and JEDIYUTH, top yuttipung. top yuttipung said: Preview – เจ้านกกระจอก หนังไทยที่สร้างชื่อในเทศกาลหนังหลายเวที – http://bit.ly/aBg2ro http://fb.me/wX1zI6up [...]

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>